Lao Free Classified ສູນຮວມສິນຄ້າສປປ.ລາວ-ໄທ ລົງໂຄສະນາຟຣີ ຂາຍເຄື່ອງຟຣີ ໂປໂໝດເວັບຟຣີ ປະກາດຫາວຽກຟຣີ
โปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า

อุปกรณ์ออกบูธ

รับติดตั้งตาข่ายกันนก โปรโมทเว็บ รับประกันติด google หน้า 1 รับทำ SEO ราคาถูก เน็ตบ้าน ip option บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป อบรมปั้นจั่น

ไนโตรเจนเหลว บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับจ้างโพสต์เว็บ รับโพสเว็บ โปรโมทเว็บ โฆษณาสินค้า ราคาถูก ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม แฟรนไชส์ออนไลน์ ไม่มีค่ารายปี แฟรนไชส์ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า รถทัวร์ ประกัน เว็บสำเร็จรูป อาชีพเสริม รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก

บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์ เช่าเครื่องเสียง รับติดแบนเนอร์

รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์ รับทำรั้ว แพแอร์กาญจนบุรี รับรีโนเวท รับติดแบนเนอร์

รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle

ສະແດງກະທູ້

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - saibennn9

ໜ້າ: 1 ... 6 7 [8]
106
ทนายความเชียงใหม่.com/" target="_blank]ทนายความเชียงใหม่[/url] มีเรื่องที่น่าสนใจ และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆและผู้ปกครองหลายๆท่านที่บุตรหลานกำลังจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย บางคนสอบได้หลายที่ หรือได้ที่เรียนแล้ว แต่ก็ยังลังเลหรือสับสนว่าจะเข้าเรียน มหาวิทยาลัยแห่งนั้นหรือไม่ แล้วได้ชำระค่าบำรุงการศึกษาไปแล้วเพราะบางที่เขามีกำหนดระยะเวลาในการชำระ หากท่านไม่ชำระก็จะถือว่าสละสิทธิ์ จึงต้องชำระไปก่อน เพราะกลัวจะเสียสิทธิ์ในการเข้าศึกษา แต่สุดท้ายกลับสอบติดในคณะหรือมหาวิทยาลัยที่คิดว่าใช่มากกว่าที่แห่งแรก เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น เอ..แล้วเงินที่เราชำระไปให้มหาวิทยาลัยแห่งแรก จะทำไงหละ ไปขอคืนได้มั้ย 
เรามีคดีปกครองตัวอย่างมาฝากค่ะ
      ข้อเท็จจริง คือ นาย อ. บุตรของผู้ฟ้องคดี อายุ ๑๘ ปี เศษ ได้รับการจัดสรรโควตาให้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของผู้ถูก   ฟ้องคดี และได้ไปรายงานตัวพร้อมทั้งชำระค่าบำรุงการศึกษา จำนวน ๗,๐๐๐ บาท แต่ต่อมาได้ขอถอนสิทธิการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย น. และได้ขอเงินค่าบำรุงการศึกษาคืน
        ผู้ถูกฟ้องคดีเห็นว่า ไม่สามารถคืนเงินค่าบำรุงการศึกษาให้ได้เนื่องจากตามระเบียบของมหาวิทยาลัยนักศึกษาใหม่ที่ชำระค่าบำรุงการศึกษาแล้ว หากไม่เข้ากรณีข้อยกเว้นจะขอถอนคืนเงินดังกล่าวไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้ องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อการวางแผนจัดการเรียนการสอนและเพื่อไม่ให้เป็นการตัดโอกาสบุคคลอื่นในการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
        ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่บุตรของผู้ฟ้องคดีได้เข้ารายงานตัวและชำระค่าบำรุงการศึกษาให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีย่อมแสดงว่าสมัครใจที่จะเป็นนักศึกษาใหม่ของผู้ถูกฟ้ องคดี การเรียกให้บุตรของผู้ฟ้ องคดีชำระค่าบำรุงการศึกษาก่อนเริ่มเปิดภาคเรียนจึงมิได้เป็นการเอาเปรียบแต่อย่างใด และการกระทำดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อยืนยันสิทธิในการเข้าศึกษาอันเป็นมาตรการในการป้ องกันไม่ให้ผู้ได้รับการพิจารณาในระบบโควตารวมทั้งบุตรของผู้ฟ้ องคดีสละสิทธิ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการวางแผนจัดการเรียนการสอนของผู้ถูกฟ้องคดี และเพื่อไม่ให้เป็นการตัดโอกาสผู้สมัครรายอื่นที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของผู้ถูกฟ้ องคดี ประกอบกับในกรณีดังกล่าวนี้ไม่มีเหตุใด ๆ ตามที่กำหนดในระเบียบของมหาวิทยาลัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่จะต้องคืนเงินบำรุงการศึกษา เช่น ไม่สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาเดิม ถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร ป่วยจนไม่สามารถเรียนได้ หรือเสียชีวิต เป็นต้น
        ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงไม่สามารถเรียกเงินค่าบำรุงการศึกษาคืนได้ และผู้ถูกฟ้ องคดีก็ไม่ต้องคืนเงินค่าบำรุงการศึกษาให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด
 ที่มา ศาลปกครอง ,(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 502/2557)

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/

Tags : ทนายเชียงใหม่

107
                ปัญหาเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าของชนเผ่าต่างๆในประเทศไทย นั้นมีมายาวนาน ไม่ว่าจะใช้เป็นที่พักอาศัยหรือที่ดินสำหรับประกอบอาชีพในเขตป่าสงวน ซึ่งมักจะมีปัญหาและขัดแย้งกับข้าราชการของรัฐผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาป่า (ทนายความเชียงใหม่)
                แต่ว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ผู้มีบทบาทคุ้มครองป้องกัน ดูแลป่านั้นก็ต้องทำภายใต้กฎหมาย โดยจำต้องเลือกมาตรการหรือวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตามกฎหมายที่มอบอำนาจ แต่ว่าในขณะเดียวกันแนวทางการที่เลือกใช้ควรมีสิ่งที่จำเป็นและกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของบุคคลให้น้อยที่สุด(ทนายเชียงใหม่)
                 ทนายจังหวัดเชียงใหม่ จะได้นำเสนอ แนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อส.4/2561     
                 เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ปฏิบัติการตามโครงการอพยพ ผลักดัน จับกุม ชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 โดยได้เข้าพื้นที่เพื่อเจรจาและแจ้งให้ทราบถึงเหตุผลที่ต้องอพยพ รวมทั้งทำความเข้าใจถึงเหตุที่ไม่อาจให้บุกรุกถางป่าได้อีก โดยขอให้อพยพไปอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการจัดไว้ให้ แต่ชาวบ้านกลุ่มนี้บางส่วนได้ย้อนกลับเข้าไปอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เดิม
 
                 กระทั่งในการปฏิบัติการ เมื่อปี 2554 เจ้าหน้าที่ได้ทาการบินสำรวจและพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกจึงได้เดินเท้าเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งพบกระท่อมหรือเพิงพักที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย ไม่พบร่องรอยหุงหาอาหารมาเป็นเวลานานสามารถจับกุมผู้กระทาความผิดได้ 1 คน พบปืนยาว พืชกัญชาปลูกกระจายทั่วแปลงที่ดิน ซากสัตว์ป่าและต้นไม้ที่ถูกโค่นล้ม คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเผาทำลายพืชเสพติด รวมทั้งรื้อถอนและเผาทำลายเพิงพัก-ยุ้งฉาง ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากไม่สามารถรื้อถอนแล้วนำกลับมายังหน่วยงานเพื่อให้เจ้าของมาขอรับคืนได้ เพราะเป็นระยะทางที่ไกลต้องใช้เวลาเดินเท้า 3-4 วัน ซึ่งเกินกว่ากำลังของเจ้าหน้าที่ที่จะทำได้
              ประเด็นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ที่จะใช้ดุลพินิจดำเนินการรื้อถอนหรือทำลายสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขตอุทยานได้ แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวต้องดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจใช้อำนาจโดยกำหนดมาตรการบังคับตามอำเภอใจ การเลือกใช้มาตรการบังคับต้องมีความได้สัดส่วนเมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์สาธารณะที่ต้องการจะปกป้องรักษากับความเดือดร้อนเสียหายหรือสิทธิที่ชาวบ้านคือผู้ฟ้องคดีจะได้รับผลกระทบ กล่าวคือต้องเลือกมาตรการหรือวิธีการที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามกฎหมายที่ให้อำนาจ แต่ในขณะเดียวกันวิธีการที่เลือกใช้ต้องมีความจำเป็นและกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของบุคคลให้น้อยที่สุด
                ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ เห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่เลือกใช้แนวทางการเผาทำลายสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นที่อยู่ที่อาศัย อันกระทบกระเทือนต่อสิทธิในสินทรัพย์แล้วก็สิทธิขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความย่ำแย่แก่ผู้ฟ้องคดีเกินเหมาะเมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลรักษาไว้ซึ่งประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจเกินความจำเป็น ไม่สมควรแก่เหตุ
ความประพฤติปฏิบัติของข้าราชการของผู้ถูกฟ้องคดีก็เลยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อข้าราชการทำโดยรู้สำนึกถึงความย่ำแย่ที่เกิดขึ้น จึงถือว่าเป็นการทำละเมิดที่จำต้องชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องร้อง
 
 

Tags : ทนายความเชียงใหม่

108
             การเช่าที่ดินโดยเข้าใจว่าที่ดินติดถนน แต่ปรากฏว่าไม่เป็นเช่นนั้น คุณจะทำอย่างไร
             หลายท่าน อาจจะเคยมองหาที่ดินสักแหล่งเพื่อเปิดร้านค้า แน่นอนว่า ที่ดินนั้นจะต้องเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีหรือติดถนนหนทาง เพราะเหตุว่าการมีทำเลที่ตั้งที่ดี ก็ย่อมเพื่อโอกาสให้กับตัวเองสำหรับเพื่อการทำยอดขายหรือผลกำไร จากการที่คนมีสันจรไปๆมาๆหน้าร้านค้าของคุณ เมื่อก่อนที่จะไปถึงฝันที่ตรงนั้น บางบุคคลอาจประสบพบเจอกับปัญหาของเรื่องที่ว่า คุณเข้าใจว่า คุณได้เช่าที่ดินติดถนน แต่ว่าเรื่องจริงแล้วกลับปรากฏว่า เป็นที่ดินอีกแห่งหนึ่ง คุณรู้ไหม ว่าการทำสัญญาเช่าที่ดินแบบนี้ มีข้อกฎหมายข้อบังคับถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย  จะเป็นยังไงนั้น ทนายความเชียงใหม่จะได้นำมาให้แด่คุณรู้ในบทความนี้
           โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วกรณีดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว กฎหมายเรียกว่า “การสำคัญผิดคุณสมบัติของทรัพย์สิน” โดยมีบทบัญญัติของข้อบังคับกำหนดไว้ใน มาตรา ๑๕๗ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่า    “การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ
            ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น”
 โดยผลการลงลายลักษณ์อักษรที่เป็นโมฆียะกรรมนั้น ทำให้คำสัญญาที่ทำสัญญาเช่าที่ดินกันนั้น สมบูรณ์จนกว่าจะได้บอกยกเลิกการทำสัญญาเช่าที่ดินนั้นเอง ท่านคนอ่านอาจจะสงสัยว่า ทำให้ทนายเชียงใหม่ยังบอกอีกว่า มีผลสมบูรณ์อยู่ ทนายจังหวัดเชียงใหม่จึงขอตอบตรงนี้เลยว่า เป็นเพราะกฎหมายกำหนดไว้แบบนั้น
          แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผู้เช่าอาจจะเห็นที่ดินที่เช่าโดยสำคัญผิดว่า เป็นที่ดินที่งาม สงบ ห่างไกลจากผู้คน ก็เลยอยากที่ดินที่เช่านั้นไว้ ผู้เช่าสามารถให้สัตยาบันแต่สัญญาเช่าที่ดินที่เป็นโมฆียะกรรมนี้ได้ ทำให้สัญญาเช่าที่ดินนี้เป็นสัญญาเช่าที่บริบูรณ์นับตั้งแต่ได้ลงนามเช่าที่ดินกัน
          ด้วยเหตุดังกล่าวจะเห็นได้ว่า สัญญาเช่าที่ดินที่เป็นโมฆียกรรมนั้น สามารถใช้สิทธิสำหรับการบอกล้างสัญญาเช่าที่ดินหรือบางครั้งก็อาจจะใช้สิทธิสำหรับในการให้สัตยาบัน 
           รวมทั้งในวันนี้ ไม่ว่าคนอ่านจะเป็นนักศึกษา หรือเป็นผู้ประกอบอาชีพอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นอาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับการเช่าที่ดิน ทนายความจังหวัดเชียงใหม่ ก็จะขอฝากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้สัก  1 เรื่อง เพื่อให้เป็นตัวอย่างสำหรับการประกอบเรื่องราวที่นักเขียนได้พิมพ์เนื้อหานี้ ดังนี้
           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3105/2553
          ในขณะทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาท ตามสัญญาเช่าที่ดินต่างตอบแทนพิเศษ โจทก์ไม่รู้อย่างแท้จริงว่าที่ดินพิพาทดังกล่าวไม่ติดกับถนนเทอดไท โดยมีที่ราชพัสดุคั่นอยู่ การที่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจึงเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สินที่เช่าซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากโจทก์ไม่ได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวคงจะไม่ทำสัญญาเช่าที่ดินกับจำเลยทั้งสาม ดังนั้น การแสดงเจตนาทำสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์จึงเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. 157 แม้โจทก์จะขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ที่มีที่ดินคั่นอยู่ก่อนติดถนนเทอดไทก็ตาม เมื่อตีความสัญญาเช่าที่ดินพิพาทดังกล่าวโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีในทางสุจริตแล้ว ต้องถือว่าไม่อยู่ในความประสงค์ของโจทก์ที่จะต้องการเข้าทำสัญญาดังกล่าว เพราะโจทก์ต้องการเช่าที่ดินพิพาทที่ติดกับถนนเทอดไทเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องทางเข้าออกในการดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันในภายหลัง มิฉะนั้นโจทก์จะไม่ยอมเสียค่าตอบแทนสิทธิการเช่าเป็นเงินมากถึง 16,000,000 บาท และยังต้องเสียค่าเช่าเป็นรายเดือนอีก ทั้งกรณีไม่ใช่เรื่องความชำรุดบกพร่องแห่งทรัพย์สินที่เช่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 549 และมาตรา 551 อันจำเลยทั้งสามจะยกขึ้นอ้างได้ เมื่อโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยทั้งสามและจำเลยทั้งสามได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว การที่โจทก์บอกเลิกสัญญาดังกล่าวจึงมีผลเท่ากับเป็นการบอกล้างโมฆียกรรมและต้องถือว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะมาตั้งแต่เริ่มแรก และมีผลเท่ากับการเช่าที่ดินพิพาทมิได้เกิดมีขึ้น จึงไม่ก่อสิทธิใดๆ แก่จำเลยทั้งสามที่จะยึดเอาเงินของโจทก์ไว้ได้ โจทก์และจำเลยทั้งสามก็ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 จำเลยทั้งสามต้องคืนเงินที่ได้รับแก่โจทก์ ทั้งโจทก์ก็ต้องส่งมอบที่ดินพิพาทในสภาพเรียบร้อยคืนแก่จำเลยทั้งสาม
 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทนายตวามเชียงใหม่

ขอบคุณบทความจาก : https://www.นพนภัสทนายความเชียงใหม่.com/

Tags : ทนายความเชียงใหม่,ทนายเชียงใหม่

109
การขายแชร์จะเป็นยังไงมาดูกัน
วันนี้เรามีความรู้สำหรับเพื่อการไขปัญหาด้านหนี้มาฝากกัน
เป็นความรู้นิดหน่อยๆแต่ว่าในบางบุคคลอย่างจะช่วยให้แก่ปัญหาได้มาก ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลายๆอย่าง ซึ่งเราจะได้เสนอให้ท่านรู้ด้วยเหตุผลดังกล่าว
เป็นความทราบเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องแชร์ ซึ่งผู้คนจำนวนมากอาจไม่ทราบมาก่อนว่ามันทำได้ด้วยหรออย่างนี้ จะเกิดเรื่องอะไรนั้นพวกเรามาติดตามดูกันได้เลยครับผม
“แชร์”เป็นอีกลู่ทางหนึ่งในการสร้างรายได้ แต่บางทีก็อาจเป็นปัญหาต่อผู้คนจำนวนมากได้ ดังเช่นไม่มีเงินส่งค่าแชร์ ฯลฯ
แม้กระนั้นท่านทราบหรือไม่ว่า “แชร์” สามารถขายได้?
เหตุผลที่แชร์สามารถขายได้ไพเราะเพราะพริ้งมันราคาแพงในตนเอง จึงทำให้กลายเป็นเงินทองในทางกฎหมาย เห็นหรือยังว่า แชร์เป็นเงินทอง เมื่อเป็นเงินทองแล้วกฎหมายกล่าวว่า สามารถขายได้ และไม่มีแบบกำหนดเอาไว้เหตุว่า ต้องทำเป็นหนังสือ ด้วยเหตุนี้ เพียงแต่ท่านชูโทรศัพท์ไปหาคู่สัญญาของท่านเพียงเท่านี้ ท่านก็สามารถขายแชร์ได้แล้ว แต่ว่าจำเป็นต้องแจ้งไปยังนายวงด้วยนะว่า พวกเราได้ขายแชร์ให้แก่บุคคลใดไปบ้างแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงและก็หลักกฎหมายที่ตรงนี้ พวกเราอ้างอิงมาจากเว็บไซต์หนึ่งซึ่งอยู่ใต้เนื้อหานี้ โดยมีคำพิพากษาฎีกาประกอบประเด็นนี้ด้วย พูดอีกนัยหนึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2095/2524 สิทธิในการเป็นลูกวงในการเล่นแชร์เป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่งเพราะมีราคาและอาจถือเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 99 จึงจำหน่ายและซื้อขายกันได้ จำเลยขายสิทธิในการเป็นผู้ถือหุ้นให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ที่จะบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 การซื้อขายแชร์กฎหมายมิได้บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสือการซื้อขายจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่อยู่ในบังคับว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้องหรือโอนหนี้

เครดิตบทความจาก : https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nopnapatlaw99&month=09-2018&date=19&group=1&gblog=4

Tags : แชร์,การขายแชร์

110
วิธีขายแชร์จะเป็นยังไงมาดูกัน
วันนี้เรามีความรู้สำหรับการแก้ปัญหาด้านหนี้สินมาฝากกัน
เป็นความรู้น้อยๆแม้กระนั้นในบางคนอย่างจะช่วยให้แก่ปัญหาได้มาก ขึ้นกับต้นเหตุหลายๆอย่าง ซึ่งเราจะได้พรีเซนเทชั่นให้คุณทราบโดยเหตุนั้น
เป็นความทราบเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องแชร์ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยอาจจะไม่รู้มาก่อนว่ามันทำได้ด้วยหรอแบบนี้ จะเป็นเรื่องอะไรนั้นเรามาติดตามชมกันได้เลยครับ
แชร์”เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเพื่อการสร้างรายได้ แม้กระนั้นบางทีก็อาจคือปัญหาต่อหลายๆคนได้ ดังเช่นขาดเงินส่งค่าแชร์ ฯลฯ
แม้กระนั้นท่านทราบหรือเปล่าว่า “แชร์” สามารถขายได้?
เหตุผลที่แชร์สามารถขายได้น่าฟังมันแพงในตัวเอง ก็เลยทำให้แปลงเป็นสินทรัพย์ในทางกฎหมาย เห็นหรือยังว่า แชร์เป็นทรัพย์สิน เมื่อเป็นเงินแล้วข้อบังคับพูดว่า สามารถขายได้ และไม่มีแบบกำหนดเอาไว้ด้วยว่า จะต้องทำเป็นหนังสือ โดยเหตุนั้น เพียงท่านยกโทรศัพท์ไปพบคู่สัญญาของท่านเพียงเท่านี้ ท่านก็สามารถขายแชร์ได้แล้ว แม้กระนั้นต้องแจ้งไปยังนายวงด้วยนะว่า พวกเราได้ขายแชร์ให้แก่บุคคลใดไปบ้างแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วก็นิติศาสตร์ตรงนี้ เราอ้างอิงมาจากเว็บหนึ่งซึ่งอยู่ใต้เนื้อหานี้ โดยมีคำพิพากษาศาลฎีกาประกอบประเด็นนี้ด้วย พูดอีกนัยหนึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2095/2524 สิทธิในการเป็นลูกวงในการเล่นแชร์เป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่งเพราะมีราคาและอาจถือเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 99 จึงจำหน่ายและซื้อขายกันได้ จำเลยขายสิทธิในการเป็นผู้ถือหุ้นให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ที่จะบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 การซื้อขายแชร์กฎหมายมิได้บังคับให้มีหลักฐานเป็นหนังสือการซื้อขายจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่อยู่ในบังคับว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้องหรือโอนหนี้

ขอบคุณบทความจาก : http://nn-lawyer.blogspot.com/2018/09/blog-post_19.html

Tags : การเล่นแชร์,ขายแชร์

111
การซื้อที่ดินนั้น ไม่ใช่ว่าใครๆจะซื้อที่ดินได้ แต่ว่าประเทศไทยได้มีกฎที่ต้องปฏิบัติตามสำหรับการทำนิติกรรมที่รัฐอนุญาตนั้น มีเงื่อนไขอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นนิติกรรมที่ไม่ผิดกฎหมาย ทำเช่นไรจึงจะได้กรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะเป็นปัญหาที่คุณต้องคิดเมื่อทำนิติกรรม วันนี้จะได้มาเสนอข้อจำกัดสำหรับเพื่อการทำนิติกรรมของคนต่างประเทศที่ต้องการซื้อที่ดินในประเทศไทยดังนี้ ประการแรก คนต่างประเทศซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยต้องมีนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่าสี่สิบล้านบาท โดยจะซื้อพันธบัตรได้แก่พันธบัตรรัฐบาลไทย  พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงทุนในทุนเรือนหุ้นของนิติบุคคลที่ได้รับการช่วยสนับสนุนการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการผลักดันและส่งเสริมการลงทุน ลงทุนในกิจการที่คณะกรรมการสนับสนุนการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการซึ่งสามารถขอรับการผลักดันและส่งเสริมการลงทุนได้ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
 นอกนั้น การรับมรดกของคนต่างด้าว นั้นต้องเป็นทายาทโดยธรรม จำต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ ที่ดินที่ขอรับมรดกเมื่อรวมกับที่ดินซึ่งมีอยู่เดิม (หากมี) ต้องไม่เกินสิทธิที่จะพึงมีได้
คือ ที่อยู่ที่อาศัย ครอบครัวละไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่อพาณิชยกรรม ไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้เพื่ออุตสาหกรรม ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ใช้เพื่อทำการเกษตร ครอบครัวละไม่เกิน 10 ไร่ ที่ใช้สำหรับการศาสนา ไม่เกิน 1 ไร่ ที่ใช้ในการกุศลสาธารณะ ไม่เกิน 5 ไร่ ที่ใช้ในการสุสาน เชื้อสายละไม่เกิน 1/2 ไร่  ส่วนที่เกินจำต้องจัดจำหน่าย

ที่มา : http://www.gotoknow.org/posts/652959

Tags : มรดกคนต่างด้าว

112
การที่พวกเราจะจำหน่ายที่ดินหรือขายฝากที่ดิน พวกเราควรที่จะจะต้องเรียนรู้กฎหมายที่เกี่ยวพันกับแนวทางการทำนิติกรรมนั้นๆของเราด้วย เพื่อให้กำเนิดความรอบครอบและรู้ทันบุคคลที่เราจะทำนิติกรรมด้วย อาทิเช่นวิธีขายฝากที่ดิน ที่เราจะได้พรีเซ็นท์ให้ท่านได้ดูในวันนี้ เป็นการเรียนรวมทั้งได้เรื่องรู้จากการเข้าค้นคว้าตัวบทกฎหมายเรื่องขายฝากว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร
ซึ่งพวกเราได้เข้าไปค้นหาจากเว็บที่ได้ให้ความรู้คือ เว็บของ blogspot ซึ่งได้มีการโพสว่า วิธีขายฝากที่ดินนั้น ควรจะมีกรรมสิทธิ์ในขณะทำนิติกรรม มิฉะนั้น เจ้าของที่แท้จริงสามารถที่จะฟ้องศาลยกเลิกนิติกรรมได้ รวมทั้งได้มีการยกคำพิพากษาของศาลฎีกามาเป็นตัวอย่างสำหรับในการให้ความรู้เรื่องการขายฝาก ดังนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2536 โจทก์ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่พิพาทไปจำนองธนาคารโดยมิได้กรอกข้อความ จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาท หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ต้องถือว่านิติกรรมการซื้อขายที่พิพาทมิได้เกิดขึ้น กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ ไม่ตกเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิขายฝากที่พิพาท แม้จำเลยที่ 2และที่ 3 จะจดทะเบียนรับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ 2 และที่ 3ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายและขายฝากที่จำเลยที่ 1 ทำไปได้
จากการตัดสินโทษของศาลทำให้เรามองเห็นได้ถึงวิธีการทำนิติกรรมที่จะต้องมีเจ้าของในขณะลงนามขายฝาก
ด้วยเหตุนี้ การดำเนินการทางนิติกรรมจะต้องมีความรอบครอบควรจะตรวจสอบความถูกต้องแน่ใจการซื้อขาย

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://nn-lawyer.blogspot.com/2018/09/blog-post_15.html

Tags : ขายฝาก,การขายฝาก

113
การที่เราจะจำหน่ายที่ดินหรือขายฝากที่ดิน พวกเราควรจะที่จะต้องเล่าเรียนกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับแนวทางการทำนิติกรรมนั้นๆของเราด้วย เพื่อให้กำเนิดความรอบครอบแล้วก็รู้เท่าทันบุคคลที่พวกเราจะทำนิติกรรมด้วย ยกตัวอย่างเช่นแนวทางการขายฝากที่ดิน ที่เราจะได้พรีเซนเทชั่นให้คุณได้ชมในวันนี้ เป็นการศึกษาแล้วก็ได้การทราบจากการเข้าค้นคว้าตัวบทกฎหมายเรื่องขายฝากว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร
ซึ่งเราได้เข้าไปค้นหาจากเว็บที่ได้ให้ความรู้คือ เว็บไซต์ของ gotoknow ซึ่งได้มีการโพสว่า วิธีขายฝากที่ดินนั้น ควรมีกรรมสิทธิ์ในขณะทำนิติกรรม มิฉะนั้น เจ้าของที่ตามที่เป็นจริงสามารถที่จะฟ้องร้องเลิกนิติกรรมได้ และได้มีการยกคำตัดสินของศาลฎีกามาเป็นตัวอย่างสำหรับในการให้ความรู้หัวข้อการขายฝาก ดังนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2536 โจทก์ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่พิพาทไปจำนองธนาคารโดยมิได้กรอกข้อความ จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาท หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ต้องถือว่านิติกรรมการซื้อขายที่พิพาทมิได้เกิดขึ้น กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ ไม่ตกเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิขายฝากที่พิพาท แม้จำเลยที่ 2และที่ 3 จะจดทะเบียนรับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ 2 และที่ 3ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายและขายฝากที่จำเลยที่ 1 ทำไปได้
จากการตัดสินคดีของศาลทำให้พวกเราเห็นได้ถึงวิธีการทำนิติกรรมที่จะต้องมีเจ้าของในขณะทำสัญญาขายฝาก

เครดิต : http://www.gotoknow.org/posts/652778

Tags : ขายฝาก,ซื้อขาย,วิธีการขายฝาก

114
การที่เราจะค้าขายที่ดินหรือขายฝากที่ดิน เราควรจะที่จะจะต้องศึกษาเล่าเรียนข้อบังคับที่เกี่ยวโยงกับวิธีการทำนิติกรรมนั้นๆของเราด้วย เพื่อเกิดความรอบครอบและรู้เท่าทันบุคคลที่เราจะทำนิติกรรมด้วย เป็นต้นว่าวิธีขายฝากที่ดิน ที่พวกเราจะได้พรีเซนเทชั่นให้คุณได้ชมในวันนี้ เป็นการเรียนรู้และได้เรื่องรู้จากการเข้าค้นคว้าข้อกำหนดกฎหมายเรื่องขายฝากว่ามีหลักเกณฑ์เช่นไร
ซึ่งพวกเราได้เข้าไปค้นหาจากเว็บไซต์ที่ได้ให้ความรู้ความเข้าใจคือ เว็บไซต์ของ bloggang ซึ่งได้มีการโพสว่า การขายฝากที่ดินนั้น ต้องมีกรรมสิทธิ์ในขณะทำนิติกรรม มิฉะนั้น เจ้าของที่แท้จริงสามารถที่จะฟ้องคดีล้มเลิกนิติกรรมได้ รวมทั้งได้มีการยกคำวินิจฉัยของศาลฎีกามาเป็นตัวอย่างสำหรับในการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการขายฝาก ดังนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2536 โจทก์ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่พิพาทไปจำนองธนาคารโดยมิได้กรอกข้อความ จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปทำนิติกรรมซื้อขายที่พิพาท หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ต้องถือว่านิติกรรมการซื้อขายที่พิพาทมิได้เกิดขึ้น กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ ไม่ตกเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิขายฝากที่พิพาท แม้จำเลยที่ 2และที่ 3 จะจดทะเบียนรับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ 2 และที่ 3ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายและขายฝากที่จำเลยที่ 1 ทำไปได้
จากการตัดสินคดีของศาลทำให้เราเห็นได้ถึงแนวทางทำนิติกรรมที่ควรจะมีกรรมสิทธิ์ในขณะทำสัญญาขายฝาก
ด้วยเหตุนั้น การปฏิบัติการทางนิติกรรมจะต้องมีความรอบครอบควรวิเคราะห์ความถูกต้องชัดเจนการซื้อขาย

ขอบคุณบทความจาก : https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nopnapatlaw99&month=09-2018&date=16&group=1&gblog=3

Tags : การขายฝาก

ໜ້າ: 1 ... 6 7 [8]
รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle

ลงประกาศฟรี ลงประกาศฟรี ลงประกาศฟรี

ບໍລິການ ລົງໂຄສະນາ ເພິ່ມຍອດຂາຍ ຂະຫຍາຍລາຍຮັບ